วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของกาแฟ เมล็ดกาแฟที่ควรรู้

กาแฟ เครื่องดื่มประจำตัวของใครหลายคน… ไม่ว่าจะดื่มเพื่อต้องการสร้างความกระปรี้กระเปร่า เรียกพลังความสดชื่น สำหรับเช้าวันใหม่ในการทำงาน หรือเลือกดื่มเพราะติดจนเป็นนิสัยไปเรียบร้อยแล้ว การดื่มกาแฟ และเมล็ดกาแฟนั้นยังมีประโยชน์อีกมากจากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น magazine.trendyday.com หยิบเกร็ดความรู้เรื่องกาแฟและเมล็ดกาแฟมาให้ได้ชมกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของกาแฟ
    1. ช่วยบำรุงสมอง : กาแฟช่วยบำรุงสมองได้เนื่องจากเมื่อคุณดื่มกาแฟร่างกายจะมีความตื่นตัวและช่วยให้เกิดอาการกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น โดยร่างกายผลิตสารอดรีนาลีน Adrenaline นอกจากนี้อีกหนึ่งสารสำคัญอย่าง โดปามีน Dopamine ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ของสมองจะช่วยเพิ่มการเรียนรู้ และเกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ความคิดลื่นไหลได้อย่างดีทีเดียวเชียวค่ะ
    2. ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี : สำหรับสาวสาวที่ต้องการรักษาหุ่น การรับประทานกาแฟจะช่วยทำให้ช่วยในเรื่องของการรักษารูปร่างได้ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้เช่น โรคมะเร็ง บางชนิด โรคความดัน โรคเบาหวาน [แต่ต้องเป็นกาแฟดำ ที่ไม่ใส่นมข้นหวานเยอะเยอะอย่างที่ใครหลายคนชอบทานนะคะ] และยังทำให้ผิวเต่งตึงอีกด้วยนะคะ
    3. กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีหลากหลายรสชาติให้คุณได้เลือก : กาแฟจะมีสารประกอบที่เรียกว่า แอโรมาติก (Aromatic compounds) ที่สามารถสร้างรสชาติได้กว่า 800 แบบ โดยสารดังกล่าวจะออกรสชาติในลิ้นของคุณได้สัมผัสในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบรสชาติกาแฟแบบไหนนั่นเองค่ะ
ประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ
    1. ช่วยให้ลมหายใจสดชื่น : เพียงคุณนำมาเมล็ดกาแฟมาอม หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว จะช่วยทำให้ไม่มีกลิ่นปาก เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีเลยค่ะ
    2. ช่วยให้ห้องไม่มีกลิ่นอับชื้น : นำเมล็ดกาแฟที่มีราคาไม่สูงมากนัก มาใส่ถุงที่มีรูระบายอากาศ จากนั้นนำไปไว้ในตู้เสื้อผ้า ห้องต่างๆ ช่วยป้องกันกลิ่นอับชื้นในบ้านของคุณได้
    3. แก้อาการมึน จากกลิ่นน้ำหอม : หากใครเข้าไปในร้านขายน้ำหอม แล้วแอบสังเกตุว่ามีเมล็ดกาแฟประจำจุดต่างๆ ภายในร้าน  เมล็ดกาแฟจะช่วยทำให้แก้อาการมึน จากการทดสอบกลิ่นน้ำหอมในหลายกลิ่น ช่วยให้คุณสาวสาวเลือกน้ำหอมในกลิ่นที่ต้องการได้แบบไม่มีอาการมึนงงค่ะ
สำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟควรเลือกในปริมาณที่เหมาะสมวันละ 1-2 แก้ว และหลีกเลี่ยงการนำส่วนผสมอื่นแต่งเติมเพื่อเพิ่มรสชาติอย่างนมข้นหวาน ครีมเทียม จะทำให้สูญเสียรสชาติของกาแฟที่แท้จริงไป อีกทั้งยังทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวได้อีกด้วยนะคะ ฉะนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีคุณภาพดี เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดค่ะ หรือจะเลือกกาแฟแบบแคปซูล เม็ดเล็กจิ๋ว แต่รสชาติหอม ชวนสัมผัส อร่อยเหมือนบาริสต้าฝีมือขั้นเทพมาทำให้ทาน ก็ช่วยให้ประหยัดเวลาของคุณได้มาก ทั้งยังได้รสชาติของกาแฟแบบ 100% อีกด้วยนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

10 อันดับการลดน้ำหนักทันใจแบบง่ายๆ


10 อันดับการลดน้ำหนักทันใจแบบง่ายๆ

1. หยุดขี้เกียจ!!!

หลายคนฝันอยากจะมีหุ่นดีเหมือนพวกนางแบบ อยากจะลดน้ำหนักให้ได้ แต่ทำตัวขี้เกียจ!! ไม่เคยออกกำลังกาย บ่นเหนื่อยจะตาย ทำงานก็หนักพอและ กลับบ้านไปนอน ว่างๆก็ดูทีวี เล่นเฟสบุคกับเพื่อนเป็นชั่วโมง เอาขนมมานั่งกินด้วย ปากก็หยุดกินไม่ได้ หยิบๆๆๆ เป็นแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน มันจะไปผอมอะไรแม่คู๊ณ!!!! อยากจะหุ่นดีเริ่มต้นง่ายๆไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนให้ตายไว ตั้งใจและคิดกับตัวเองจริงๆจังๆว่า ฉันต้องมีหุ่นที่ผอมเพรียวให้ได้สักวัน มีวินัยกับตัวเอง หยุดขี้เกียจและกลับไปลงมือทำทุกข้อที่แนะนำมา ก็ช่วยให้สาวๆทุกคนมีหุ่นผอมเพรียวแบบทันใจแล้วจ้า ง่ายๆแค่นี้แหล่ะ!! จบ!!
2. ไม่อดอาหารแต่ทานให้มากขึ้น!!!
จริง ๆ แล้ว การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการกินอาหารให้มากขึ้นต่างหาก เอ๊ะยังไง!! ในอันดับที่ 2 เราไม่ได้หมายถึงให้คุณสวาปามนะจ๊ะ เพราะอาหารที่เราแนะนำให้คุณสาว ๆ ทานเพิ่มคือ อาหารจำพวกผักผลไม้ที่เป็นอาหารมากคุณประโยชน์ต่างหากล่ะ ส่วนอาหารทั้งหลายที่คุณชอบก็ยังสามารถทานต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องไปอดๆอยากๆอาหารที่เราอยากจะกินจนขาดใจตาย แค่ลดปริมาณให้น้อยลงนิดนึงก็พอ ไม่เป็นการทำลายความสุขตัวเองและยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
3. ออกกำลังกายเมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย สาว ๆ หลายคนอาจทำหน้าเซ็ง นึกถึงความเหนื่อยหนักยุ่งยาก และการฝืนใจ แต่ถ้าอยากหุ่นดีจริงๆ ลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยให้คุณมีหุ่นผอมเพรียว แข็งแรง และสนุกไปพร้อม ๆ กัน อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กีฬาริมชายหาด ล้างรถ เป็นต้น หรือถ้าไม่อยากออกไปไหน อยู่บ้านว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำจะชวนแฟนหนุ่มเล่นจ้ำจี้ด้วยก็ยังได้นะ อันนี้รับรองหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มทีเดียว
4. เดินสูดอากาศนอกบ้าน
ไม่ใช่วิธีที่ยุ่งยากอะไรเลย ถ้าวันไหนแดดร่มลมตก อากาศดีๆ ลมพัดสบายๆ ลองออกไปเดินสูดอากาศนอกบ้านดูบ้างเป็นไง ถ้าไม่มีเวลามากพอ เดินสัก 10 นาที แค่ทำใจให้สบายๆกับอากาศดีๆ ก็ช่วยได้เยอะแล้วนะ
5.อย่าตามใจปาก
ห้ามยากอยู่นะ บางคนอดใจไม่ไหว เห็นแล้วมันอยากกะสวาปามให้เรียบ โดยเฉพาะกับอาหารแคลอรีสูงทั้งหลายที่คุณชอบ เค้กเอย ขนมหวาน พิซซ่า สปาเกตตี้ พวกนี่แหละตัวดีเลย แต่ถ้าอยากทานจริง ๆ ก็พยายามเลือกที่ทำด้วยชีสไขมันต่ำหรือพวก low-fat ก็พออนุโลมได้
6. ดื่มน้ำเยอะๆ ในแต่ละวัน
เป็นวิธีง่ายๆ เพราะผลการวิจัยบอกว่า น้ำจะช่วยเร่งระบบเผาผลาญ แถมหากดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารเที่ยงยังช่วยให้เราทานอาหารได้น้อยลงด้วย เราควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะดีมากๆ
7. หาเพื่อนที่กำลังลดความอ้วนเหมือนกัน
หาใครสักคนนึงที่กำลังอยากลดน้ำหนักหรืออยากมีหุ่นสลิมเชฟเหมือนกัน ทานไปด้วยกัน ควบคุมน้ำหนักด้วยกัน ทำกิจกรรมหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน จุดประสงค์เดียวกันสองแรงแข็งขันจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้สามารถเอาชนะความ อ้วนได้แบบคูณสองเลยนะเนี่ย!!
8. เต้นไปพร้อมกับฟังเพลง
อย่านั่งฟังเพลงเฉย ๆ ลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะเพลงโปรดไปด้วยดีกว่า จะเต้นท่าไหนยังไงก็ตามแต่คุณถนัด พยายามเต้นให้ได้อย่างน้อย 15 นาที ก็ไม่มากนะ แค่ 4-5 เพลงเองจริงม่ะ

9. เลือกจานข้าวใบเล็ก ๆ ก็พอ
ยิ่งพื้นที่จานเล็กเท่าไหร่ คุณก็จะทานอาหารได้น้อยกว่าจานใหญ่แน่นอน แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน หากนึกภาพไม่ออกลองคิดง่าย ๆ เวลาทานอาหารจานหนึ่งหมดแล้ว เราจะรู้สึกว่า กินหมดจานและอิ่มดีกว่า นั้นเท่ากับเราไม่ได้ทานเยอะไงล่ะ นอกจากว่าเราจะก็ขอเบิ้ลจานที่สองหรือเติมข้าวเพิ่ม อันนั้นก็อ้วนอยู่ดี อิอิ
10. อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง
หากิจกรรมอย่างอื่นทำซะ อาจจะดูโทรทัศน์ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำให้คุณแฮปปี้ เพราะถ้าคุณปล่อยตัวเองให้ว่าง อาจเกิดความรู้สึกเบื่อ ทีนี้ล่ะ คุณจะเริ่มหันไปหาของกินแล้ว อ้วนแน่ๆรับรอง!!

ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )

ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )

        ภูเขาไฟฟูจินี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาไฟฟูจิว่า ฟูจิซัง (Fujisan– 富士山) มีความสูงราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) จากวัดเส้นรอบวงของภูเขาไฟฟูจิวัดเส้นรอบวงได้ประมาณ 100 กิโลเมตร (โอ้ใหญ่มั่ก ๆ) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิเคยระเบิดมาแล้วซึ่งครั้งหลังสุดที่ระเบิดคือเมื่อปี พ. ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ซึ่งตรงกับยุดเอโดะ

ภูเขาไฟฟูจิ ( Fuji )

       
          เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟูจี ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟูจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟูจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย ภูเขาฟูจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟูจิ

นักปีนเขาที่มาท้าทายภูเขาไฟฟูจิ

            บริเวณโดยรอบภูเขาไฟฟูจิมีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภูเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา การที่ปีนภูเขาไฟฟูจิในตอนกลางคืนเพราะเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วเราก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นพอดี ซึ่งสวยงามมาก ส่วนมากแล้วชาวญี่ปุ่นจะใช้เวลาประมาณ 2 วันในการปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งระหว่างทางก็จะมีที่พักให้สำหรับนักปีนเขาอยู่ตลอดทาง ข้างบนยอดเขาฟูจินั้นยังมีโทรศัพท์และตู้ไปรษณีย์ สำหรับผู้ที่สนใจจะปีน ก็สามารถซื้อไม้ที่เชิงเขา เพื่อที่จะเอาไว้ ทำเครื่องหมายในแต่ละจุดที่เดินผ่าน

จุดพักของนักท่องเที่ยว

        และรอบๆฟูจิซังจะมีทะเลสาบอยู่ห้าแห่ง ทะเลสาบที่ค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมากที่สุดก็คือทะเลสาบที่ชื่อว่าฮาโกเนะ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีจุดท่องเที่ยวหลายๆแห่งให้เราแวะเข้าไปเที่ยวชม และมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้ทำนอกเหนือไปจากการมองเห็นฟูจิซังแบบใกล้ๆเต็มๆตา อย่างเช่นการนั่งเรือข้ามทะเลสาบ นั่งโรปเวย์ข้ามภูเขา นั่งรถราง มีพิพิธภัณฑ์ มีเหมืองแร่ และน้ำพุร้อนที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ การเดินทางจากโตเกียวไปยังฮาโกเนะก็ไม่ยากเลย มีทั้งรถไฟ รถบัส แต่ทางที่สะดวกก็คงจะเป็นรถไฟซึ่งมีตลอดเวลา

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี

ประเพณีตักบาตรดดอกไม้ จังหวัดสระบุรี

ประวัติความเป็นมา

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จัดเป็นเทศกาลที่สำคัญ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ ประวัติ อันเป็นการบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า กล่าวคือ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จขึ้นไป โปรด พุทธมารดาบนเทวโลกนั้น พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่บนเทวโลก เพื่อโปรดพุทธมารดา ตลอดพรรษานั้น บรรดา อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายต่างคิดคำนึงถึงพระบรมศาสดา และต่างรอคอยการเสด็จกลับของพระพุทธ องค์ อยู่ตลอดเวลา ครั้นถึงวันเสด็จกลับพระพุทธองค์ชาวเมืองได้ทราบข่าวต่างดีอกดีใจเตรียม การต้อนรับการเสด็จ กลับของพระพุทธองค์อย่างมโหฬารยิ่งเมื่อ พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะเหล่าเทพยดาทั้ง หลายได้เนรมิตบันไดทองบันไดเงิน และบันไดแก้ว ถวายแด่พระองค์ ส่วนชาวเมืองสังกัสสะ ตั้งแต่พระราชา ตลอดจนประชาราษฎร์ทั้งหลาย รวมตลอดถึงท้าวพระยามหากษัตริย์และราษฎรจากนครอื่น ต่างมาร่วมเฝ้ารับ เสด็จอย่างล้นหลาม พร้อมจัดเตรียมบุปผามาลาเครื่องสักการะต่างๆ เพื่อเป็นพุทธบูชาครั้นถึงเวลาเสด็จ พระพุทธองค์ทรงเสด็จดำเนินทางบันได้แก้ว บรรดาเทพย
ดาต่างถวายสักการะ องค์พระพรหมและสักกะเทวธาร นำฉัตรเครื่องสูงบังสูรย์กางกั้นองค์พระบรมศาสดา เทพยดาทั้งหลายต่างประโคม ดนตรีโปรยดอกไม้และตาม เสด็จพระพุทธองค์เพื่อถวายการส่งเสด็จกลับมนุษย์โลก เมื่อพระองค์เสด็จถึงมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสสะนั้น เหล่าบรรดา มหากษัตริย์และอาณาประชาราษฎร์ต่างปลื้มปิติโสมนัส ทำการบูชาพระบรมศาสดาด้วยดอกไม้ของหอม ต่างๆ อย่างมากมายชาวมอญได้นำเอา พุทธประวัติตอนดังกล่าวนี้มาจัดเป็นพิธีตักบาตรดอกไม้
อานิสงส์ของการตักบาตรพระ
1. ทำให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ
2. มีความแข็งแรง มีอายุขัยยืนยาวไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
3. ทำให้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สมบัติมาก เป็นมหาเศษฐีผู้ใจบุญ ค้ำจุนพระพุทธศาสนา
4. มีสติปัญญาและผิวพรรณวรรณะผ่องใส มียศถาบรรดาศักดิ์เกรียงไกร
5. ไม่พลัดพรากจากของรักมีความสุขในทุกสถาน
6. ทำให้เป็นผู้เกิดภายใต้ร่มเงาบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป
7. บรรลุธรรมได้โดยง่ายไปทุกภพชาติ
พิธี
ชาวอำเภอพระพุทธบาทมีประเพณีตักบาตรดอกไม้มานานตั้งแต่ครั้งโบราณกาล พิธีเริ่มตั้งแต่ตอนเช้า คนแก่ คนเฒ่าตลอดจนคนหนุ่มสาวพากันไปวัด เพื่อทำบุญตักบาตรข้าวสุก แด่พระภิกษุสงฆ์พระพุทธบาทราชวรวิหาร เสร็จจากการทำบุญตักบาตรแล้วบรรดาหนุ่มสาวพากันออกจากบ้านไปเก็บ ดอกไม้เพื่อเตรียมเอาไว้ตักบาตร ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน ดอกไม้ที่ใช้เลือกเอาเฉพาะดอกที่ออกในเดือน 8 ข้างขึ้นเท่านั้น และดอกไม้ชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมมาก และมีเฉพาะในป่าเขา เขตจังหวัดสระบุรีเท่านั้นชาวบ้านเรียกว่า“ดอกเข้าพรรษา” ดอกเข้าพรรษานี้ ชื่อทางพฤกษศาสตร์อยู่ในสกุล กลอบบา (Globba) มีลักษณะคล้ายกับต้นกระชายหรือขมิ้น สูง 1 คืบเศษๆ มักขึ้นตามท้องที่ป่าเขาที่มีความชุมชื้นค่อนข้างสูง ลำต้นขึ้นเป็นกอจาก หัวหรือเหง้าใต้ดิน ดอก ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อส่วนยอดของลำต้นมีหลายสี เช่น ขาว เหลืองเหลืองแซมม่วง และบางต้นก็มีสีน้ำเงินม่วง มีดอกรองรับใน ช่อดอกดูเป็นช่อใหญ่สวยงาม โดยเฉพาะชนิดดอกเหลืองจะมีกลีบรองสีม่วงสะดุดตามาก ชาวบ้านบางคนจึงเรียกว่า ดอกยูงทอง หรือ ดอกหงส์ทอง ดอกไม้นี้พบมากตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขา สุวรรณบรรพต เขาช้าง หรือเขาเซียน เทือกเขาวง เขาผุ บรรดาเขาเหล่านี้อยู่ในเขตติดต่อกัน 3 ตำบล คือ ตำบลขุนโขลน ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท และตำบลพุแค อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรีเมื่อเก็บ ดอกไม้มาแล้วก็นำมามัดรวมกับธูป เทียนเสร็จแล้วชาวบ้านมาตั้งแถวอยู่ริมถนนทั้ง 2 ข้าง เริ่มตั้งแ่ต่่วงเวียนถนน สายคู่ไปจนถึงประตูพระมณฑปพระพุทธบาท เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคลมี ขบวนนำหน้าพระภิกษุสงฆ์ เป็น ขบวนแห่กลองยาว พร้อมด้วยนางรำรำหน้ากลองยาวอย่างสนุกสนานครึกครื้นทั้งสองฟากแออัดด้วยฝูงชน ต่อจาก ขบวนกลองยาวเป็นพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนรถแห่ตามมาจากนั้นเป็นขบวนพระสงฆ์เดินมาเพื่อบิณฑบาตร ดอกไม้ แต่เดิมเมื่อถึงเวลา ตักบาตรดอกไม้ ผู้เป็นหัวหน้าประชาชนจะกล่าวคำนำถวายดอกไม้ต่างๆ เป็นคำบาลีและ ีคำไทย ดังนี้
     “อิมานิ มยํ ภนฺเต วรปุปผานิ สงฺฆสิส โอโณชยาม สาธุโน ภนฺเต สงโฆ อิมานิ วรปุปผานิ ปฏคฺคณฺหาตุ อมฺหาถํ ทีฆรตฺตํ หิตายสุขาย” แปลว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวาย ซึ่งดอกไม้อันประเสริฐทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ จงรับซึ่งดอกไม้อันประเสริฐทั้งหลาย เหล่านี้เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ”

พระสงฆ์รับดอกไม้ไปเรื่อยๆ ไปจนถึงประตูพระมณฑปพระพุทธบาทแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีของฆราวาส ส่วน พิธีการด้านพระภิกษุสงฆ์ เมื่อรับ บิณฑบาตดอกไม้แล้วเครื่องสักการะวันทา “รอยพระพุทธบาท” อันเป็น เวลาพลบค่ำ ยังนำเอาดอกไม้มาวันทาพระเจดีย์ “จุฬามณี” ก็นำออกไปใน มณฑป พระพุทธบาท เอาดอกไม้ อันเป็นเจดีย์ที่บรรจุี่้ พระเขี้ยวแก้วจำลองของพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก แล้วนำไปสักการะ พระเจดีย์ พระมหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาว พุทธถือกันว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกซี่โครงของพระพุทธเจ้า) พระเจดีย์องค์นี้เหมือนกับ เจดีย์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นพระภิกษุสงฆ์และ สามเณรทั้งหมดก็จะเดินตรงไปเข้า อุโบสถสวด อธิษฐาน เข้าพรรษา เปล่งวาจาอยู่ในอาณาเขตที่จำกัด ในระหว่าง ฤดูกาลเข้าพรรษาในขณะที่พระภิกษุสงฆ์ ์และสามเณรจะเข้าอุโบสถบริเวณบันไดประชาชน นำน้ำ สะอาด ล้างเท้าแด่พระภิกษุสงฆ์ด้วยความเข้าใจว่าเป็นการชำระ ล้างบาปของตนที่ได้กระทำให้หมดสิ้นไป แล้วย้อนกลับ ขึ้นไปยังพระมณฑป อีกครั้ง เป็นการปฐมเทศนาขอปฏิบัติตาม ทางธรรมของพระพุทธองค์ทุกประการ เป็นอันเสร็จ สิ้นพิธีสงฆ์ในวันตักบาตรดอกไม้ของชาวพระพุทธบาท

แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon)

  
      แกรนด์แคนยอน
      
       แกรนด์แคนยอนถือเป็นความมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอนุรักษ์สถาน ของโลกโดยตามสภาพภูมิศาสตร์และการลงมติของสหประชาชาติ สำรวจพบสถานที่แห่งนี้ เมื่อปี ค.ศ.1776 ปีเดียวกับที่อเมริกาประกาศเอกราชจากอังกฤษ แต่เพิ่งมารู้ว่ามีแม่น้ำโคโรลาโดไหลผ่านในปี ค.ศ1857 แม่น้ำโคโลราโด ไหลจากทิศเหนือไปใต้สู่ทะเลสาบมี๊ด ระยะทางประมาณ 200 ไมล์ Grand Canyon ถูกจัด ให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติของสหรัฐ

       แกรนด์แคนยอนเกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อน พังทะลายของหินเป็นเวลา 225 ล้านปีมาแล้ว เดิมทีแม่น้ำโคโลราโดมีสภาพเป็นลำธารเล็กๆที่ไหลคดเคี้ยวไป ตามที่ราบกว้างใหญ่ที่อยู่ ระดับเดียวกับน้ำทะเล ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากแรงดันและ ความร้อนอันมหาศาลภายใต้พื้น โลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูป และกลายเป็นแนวเทือกเขากว้างใหญ่ การยกตัว ของแผ่นดินทำให้ทางที่ลำธาร ไหลผ่านลาดชันขึ้นและทำให้น้ำไหลแรงมากขึ้น พัดเอาทรายและตะกอนไปตาม น้ำเกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยในเปลือกโลก วัดจากขอบลงไปก้นหุบเหวกว่า 1 ไมล์ ( ประมาณ 1,600 เมตร ) และอาจลึกว่าสองเท่า ของความหนาของเปลือกโลก ก่อให้เกิดหินแกรนิต หินชั้นแบบต่าง ๆ พื้นดินที่เป็น หินทรายถูกน้ำ และลมกัดเซาะ จนเป็นร่องลึกสลับซับซ้อนนานนับล้านปี เป็นแคนยอนงดงามน่าพิศวงเนื่อง จากผลของดินฟ้าอากาศ ความร้อนเย็นซึ่งมีอิทธิพลรอบด้าน 

       ทางตะวันตกของแม่น้ำโคโลราโด มีลักษณะคดเคี้ยวไปมาน่าสับสนและเป็นที่ตั้งส่วนหนึ่ง ของแกรนด์แคนยอนด้วย โดยยาวถึง 150-200 ไมล์ บริเวณนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ มากที่สุดจุดหนึ่ง ซึ่งก็คงเป็นเพราะทัศนียภาพที่แปลกตาของความลึกของหุบเขาและลักษณะของ แม่น้ำที่มีรูปร่างทรงกรวยและไหลเป็นหลั่น ๆ ชั้นลงไปโดยเกิดจากลาวาที่ทับถมจากภูเขาไฟเมื่อหลาย ล้านปีก่อนนั่นเอง

       บริเวณหน้าผาของแกรนด์ แคนยอน แม่น้ำโคโลราโดได้เดินทางมาบรรจบ กับแม่น้ำ"เวอร์จิน" ซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลสาบ "มี๊ด" ด้วยจุดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดสิ้นสุดของแกรนด์ แคนยอนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดสำคัญทางธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง อย่างดีทั้งนี้เพราะสภาพบรรยากาศที่แปลกแตกต่างจากที่อื่นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบ กับที่ราบสูงโคโลราโดทางตะวันออก 2 จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของโครงสร้าง ภูมิศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์

        ในทางใต้ของแม่น้ำสายนี้ จะเป็นทางลาดลงไปกว่า 3,000 ฟุต โดยเกิดจากดินทรายที่พัดพ ามาจากที่สูงแถบนี้เป็นที่ตั้งของที่ราบสูง "ตอนใต้" และห่างออกไป 70 ไมล์ก็เป็นที่ตั้งของช่องแคบ "อินเนอร์ กอร์จ"ที่เป็นรูปตัว "วี" แคบ ๆ และกว้าง 300 ฟุตนอกจากนี้สีสรรของสายน้ำก็ยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย บางวันก็เป็นสีน้ำตาล บางวันก็เป็นสีเขียว ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนของตะกอนที่พัดพามาแต่ละวัน

       นอกจากนั้น ในบริเวณซอกหลืบของหุบเขาน้อยใหญ่ยังมีการค้นพบร่องรอยอารยธรรม ของชาวอินเดียน แดงโบราณ ซึ่งยังมีลูกหลานดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม และบางส่วนก็ยังคงอยู่ที่ แกรนด์แคนยอน จนถึงทุกวันนี้ เช่น อินเดียนแดงเผ่า Hopis, Havasupais, Navajos, Hualapais, Paiutes, Pueblos เป็นต้น

       

ประเพณีการละเล่นผีตาโขน

ผีตาโขน

ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากาก และแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขน ในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด (พระเวส) มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่า เมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัย กับพระนางผุสดี ไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่า ที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดร ร่วมขบวนมาส่งด้วย

ผีตาโขน ในขบวนแห่ จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่ สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดา ประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตา ด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่น จะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศ ปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่ จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ ต้องได้รับอนุญาตจากผี หรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วม พราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผน และซุกซน 

หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคน ของก้านมะพร้าว และหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกัน แล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผี มักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้า เป็นเสื้อตัวกางเกงตัว หรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกาย ให้มิดชิด